ยืดระยะเวลาให้โน้ตบุ๊ค Windows 10 ประหยัดพลังงานและใช้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
โดย admin เมื่อ 6 กันยายน 2559 เวลา 15:14
  Twiter
  Google+
  Pinterrest

ใครที่ใช้โน้ตบุ๊คนอกจากเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องแรงพอใช้ได้กับงานประจำที่ทำอยู่แล้ว ก็น่าจะคิดถึงเรื่องระยะเวลาและความอึดของแบตเตอรี่ในการใช้งานแต่ละวัน บางคนเดินทางบ่อย วัน ๆ แทบไม่ได้อยู่กับที่ มีตติ้งกับลูกค้า หรือเดินทางกันข้ามจังหวัด เรื่องที่จะมีเวลาหาที่ชาร์จไฟแทบไม่ต้องพูดถึง ชนิดที่ว่าเห็นปลั๊กไฟแล้วนึกว่าเจอโอเอซิสในทะเลทราย ซึ่งหากคุณเป็นเช่นนั้น บทความนี้มีไอเดียที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานโน้ตบุ๊ค Windows 10 ได้ยาวนานขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

clip_image002

ลดความสว่างหน้าจอลงบ้าง
สิ่งแรกที่คุณสามารถทำได้และง่ายที่สุดก็คือ การปรับลดความสว่างหน้าจอลง เพราะหน้าจอเป็นตัวที่ดึงพลังจากแบตเตอรี่จำนวนมากที่สุด และมันต้องเปิดใช้ตลอดเวลาที่คุณนั่งทำงานอยู่ด้วย โดยมีการทดลองบน Dell XPS 13 ที่ความสว่าง 100 nits ให้เวลาในการใช้งานได้นานถึง 11 ชั่วโมง 54 นาที แต่ถ้าลอง dim หรือลดความสว่างลง 10% จากความสว่างสูงสุดประมาณ 20 nits ที่ไม่ถึงกับลดลงไปจนดำมืด เพราะยังสามารถมองเห็นและอ่านบทความบนหน้าจอได้ เป็นผลให้เพิ่มเวลาในการทำงานขึ้นจากเดิมอีก 38 นาที เป็น 12.32 ชั่วโมง และเมื่อลองทดสอบใหม่อีกครั้งด้วยความสว่าง 100% หรือ 318 nits ก็ให้ระยะเวลาที่ทำงานได้ 9 ชั่วโมงเท่านั้น แสดงให้เห็นได้ชัดเลยว่าการปรับลดความสว่างหน้าจอลงบ้าง ก็ทำให้ได้ระยะเวลาการทำงานที่เพิ่มขึ้น

clip_image004

clip_image006

ปรับโหมดประหยัดแบตเตอรี่
Windows 10 มาพร้อมระบบประหยัดพลังงาน อยู่ในฟีเจอร์กลางที่สามารถเปิดใช้งานเพื่อควบคุมการใช้แบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถเปิดการทำงานได้ด้วยการเลือก Action Center และคลิกที่ปุ่ม Battery Saver โดยที่คุณยังเลือกปรับแต่ง Battery Saver ได้ใน Setting > System > Battery ซึ่งในการตั้งค่านั้นจะมีตัวเลือกช่วยตัดสินใจให้คุณเวลาที่เปิดโหมดเป็นอัตโนมัติ ซึ่งค่าพื้นฐานจะอยู่ที่ 20% และจะลดความสว่างหน้าจอลงอัตโนมัติเมื่อเปิดใช้งานในโหมดนี้

clip_image008

ใช้งาน Sleep Mode
คล้ายกับผู้คนทั่วไป Windows 10 สามารถตื่นนอนได้เหมือนกัน และสามารถพักยาวได้ด้วยการหลับหรือ Sleep Mode โดยเลือกที่จะตั้งค่าสำหรับการ Sleep ได้ด้วยตัวคุณเอง เวลาที่คุณไม่ได้ใช้งานโน้ตบุ๊ค ด้วยการตั้งค่าดังนี้ เลือกที่ Power Options จาก Control Panel ในส่วนของเมนู ให้ไปที่ “Put the computer to sleep, pick a time.” ค่าปกติจะอยู่ที่ประมาณ 15 นาที แต่คุณเลือกที่จะใส่ตัวเลขที่ต้องการลงไปได้สำหรับการ Sleep เมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานเท่าใด และสามารถใส่เวลาในการปิดหน้าจอให้สั้นลงเพื่อประหยัดไฟเพิ่มมากขึ้น

clip_image010

อัพเกรดไปใช้ SSD
โน้ตบุ๊คหลายต่อหลายเครื่องมาพร้อม SSD เป็นพื้นฐาน แต่โน้ตบุ๊คทั่วไป HDD ยังเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีมาให้เป็นปกติ ซึ่ง SSD นั้นใช้ไฟน้อยกว่าการทำงานของ HDD เนื่องจาก SSD ไม่มีกลไกที่ต้องเคลื่อนไหว และมันทำงานได้เร็วกว่า ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

clip_image012

เปลี่ยนการทำงานของ Wi-Fi
ในการทดสอบ Wi-Fi 802.11ac ด้วยโปรแกรม Laptop Mag Battery ส่วนใหญ่มักใช้การเชื่อมต่อในแบบ 5GHz แต่การเชื่อมต่อแบบเก่าอย่าง 2.4GHz กลับแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประหยัดพลังงานให้โน้ตบุ๊ค โดยเครือข่าย 802.11ac ช่วยลดการใช้พลังงานลง ซึ่งดูจะเป็นหนทางที่ช่วยให้ความเร็วในการใช้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น เช่นเดียวกับระยะเวลาการใช้แบตเตอรี่ของคุณด้วยเช่นกัน

clip_image014

ปิดการทำงานของไฟคีย์บอร์ด
ไฟแบ็กไลต์บนคีย์บอร์ดเป็นสิ่งสวยงาม แต่นั่นเป็นตัวดูดแบตฯ ได้ไม่น้อยเช่นกัน ถ้าคุณเป็นคนที่พิมพ์แบบสัมผัสอยู่แล้ว การพิมพ์อยู่ในห้องมืด ๆ ก็คงไม่เป็นปัญหา คุณสามารถปิดการทำงานของ Backlitght Keyboard ได้ด้วยการกดปุ่มฟังก์ชัน (fn) แล้วกดที่คีย์ Backlight ที่แถวบนสุดของคีย์บอร์ด แต่บางรุ่นอาจจะไม่ต้องกดปุ่ม fn ก็ได้เหมือนกัน

ใช้ธีมบนหน้าจอในแบบ High Contrast
มันอาจจะไม่ได้ดูสวยงามสำหรับ Theme แบบนี้ แต่ธีม Windows 10 High-contrast สามารถประหยัดการใช้พลังงานได้ด้วยการใช้จุดสีดำร่วมกับตัวอักษรสีขาวและสีเหลือง นั่นทำให้การใช้พลังงานลดลงมากกว่าการใช้จุดสว่างสีขาวเป็นแบ็กกราวด์ โดยธีมนี้จะช่วยให้ง่ายต่อการมองเห็นบนหน้าจอ แต่มันดูไม่ค่อยจะโสภาเอาเสียเลย ส่วนวิธีการใช้ High-contrast นั้นทำได้โดย

ให้ไปที่ Settings > Appearance and Personalization > Change the Theme เลือก High Contrast #1, #2 หรือ Black ส่วนในเบราว์เซอร์ Edge หรือ Firefox จะช่วยคุณปรับเปลี่ยนเข้ากับธีม High-contrast ให้อัตโนมัติ เมื่อเวลาที่คุณเปิด Chrome คุณจะได้รับการดาวน์โหลดตัว Extension เป็นแบบ High-contrast ทันที

clip_image016

เปิดการทำงานในโหมด Airplane
ในส่วนของ Airplane Mode จะปิดการทำงานต่าง ๆ เช่น สัญญาณไร้สาย รวมถึงปิดการทำงานบลูทูธและ Wi-Fi เป็นทางที่ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง ซึ่งจะให้คุณใช้งานแบบพื้นฐาน ไม่มีการเชื่อมต่อ โน้ตบุ๊คส่วนใหญ่จะมีคีย์ที่ให้ปรับเป็นโหมดดังกล่าวนี้ หรือจะเปิดใช้บน Action Center และเปิดการทำงานของ Airplane Mode

ปิดการทำงานอุปกรณ์และการเชื่อมต่อบางอย่างเมื่อไม่ใช้
อะไรต่าง ๆ ที่มีการเชื่อมต่อหรือใช้งานบนเครื่องโน้ตบุ๊ค แม้จะเล็กน้อย แต่ก็คอยดึงพลังงานไปใช้อยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซิงก์กับโทรศัพท์มือถือ หรือการเบิร์นแผ่นในไดรฟ์ การสำรองข้อมูล สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้พลังงานด้วยกันทั้งสิ้น การหยุดเชื่อมต่อสิ่งเหล่านี้ชั่วคราวจะช่วยรักษาพลังงานไว้ในยามที่จำเป็นได้

clip_image018

จำกัดการใช้โปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
คุณอาจมีโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยที่ไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน เนื่องจากโปรแแกรมเหล่านี้จะเริ่มทำงานหลังจากที่คุณบูตเครื่องเสร็จ ในการมองหาโปรแกรมเหล่านี้ให้เข้าไปดูที่ Task Manager > Startup ซึ่งสิ่งที่อยู่ในแท็บนี้จะประกอบด้วยโปรแกรมที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดโปรแกรมเหล่านี้เองก็ตาม ดังนั้น ควรตรวจสอบและปิดการทำงานด้วยการ End Task เพื่อหยุดการทำงานของรายการบางอย่างเหล่านี้

clip_image020

เช็กรูปแบบการสแกนป้องกันไวรัส
แน่นอนว่าโน้ตบุ๊คที่คุณใช้ย่อมต้องมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอยู่ การตั้งค่าสแกนอัตโนมัติเช่นเดียวกันในทุกสัปดาห์เป็นไอเดียที่ดี ซึ่งจะช่วยให้โน้ตบุ๊คคุณปราศจากการคุกคามจากอันตรายทั้งหลาย แต่ถ้าการสแกนเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในช่วงที่จำเป็น และเวลาดังกล่าวต้องรักษาพลังงานเอาไว้ คุณควรเข้าไปตั้ง Schedule เพื่อย้ายช่วงเวลาในการสแกนออกไป เพื่อรักษาพลังงานที่จำเป็นในเวลานั้นให้ได้นานที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่คุณไปเสียบปลั๊กเมื่อถึงบ้านหรือก่อนออกมาจากสำนักงาน เป็นต้น

ที่มา : laptopmag

ข่าวและโปรโมชั่นที่น่าสนใจ
© 2013 Lenovo. All rights reserved. Terms of use : Privacy : Site Map